Saturday, October 03, 2020

ทำอย่างไรเมื่อคนรักต้องจากเราไปนิรันดร์ 1

 การจากไปของพ่อ เป็นสิ่งที่เราทุกคนทำใจไว้แล้ว

แต่มันก็น่าใจหาย เพราะ แกจะคอย ทำโน่นนี่นั่นจุกจิกของบ้าน

ซ่อมต่อเติม ซ่อมของเล่นให้เด็กๆ ทำแผ่นรองส่งแผ่นไปต่างประเทศให้ผม 

จากนี้ไปก็ต้องค่อยๆ วางแผนกันใหม่ 

หลายคนก็กลัวแก จะมาหา พ่อเป็นคนขี้เล่นครับ

ทุกคนเลยกลัวหลอนไปเรื่อยเปื่อย

แต่วิทยาศาสตร์ ก็คือวิทย์ยาศาสตร์



  มาเล่าเรื่อง จิปาถะการจัดงานดีกว่า

การจัดงานศพ ก็มีค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควร

ทุกคนทุกบ้านก็คงจัดตามอัตภาพ

แต่ทุกขั้นตอน มีการบริการเสร็จสรรพ ไม่ต้องไปหาเองครับ

และไม่ต้องงง ไม่ต้องเรียนรู้ ก็แค่ถามๆๆ จากคนเคยจัด

แล้วก็ถามจาก คนให้บริการโดยตรง

ในความคิดผม กำไรก็มีพอสมควร แต่คิดว่าไม่มีมากจนเกินไป

ดังนั้น จัดตามหน้างานได้เลยครับ ไม่ต้องไปหาที่อื่นให้เสียเวลา

ยกเว้นว่า เรามีญาติเพื่อนที่เขาทำงานด้านนี้โดยตรง

แต่ก็ต้องดูความเกรงใจกัน 

เพื่อนบ้านผม ช่วยกันตั้งแต่หาวัด คุยกะวัด

เพราะพ่อเป็นคนช่วยเหลืองานแทบทุกคน 

ผมว่า อย่างน้อย 30% ในหมู่บ้านใช้บริการแก

ไม่ได้รับจ้างเป็นงานประจำ แต่ก็จะมีไว้วาน

ถ้าเป็นเรื่องงานไม้ ก็ต้องมาหาแกละ

โต๊ะ เตียง เก้าอี้ หิ้งพระ วงกบ งานไม้ จะมาหาพ่อหมด

แกมีเครื่องมือแทบทุกอย่าง นอกเรื่องไหลไปอีกแระ

    เรามาแยกดูว่าต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนะครับ

1 ที่รพ. ก็จะมีค่าฉีดฟอร์มารีน ประมาณ 1000 บาท จะเอาไม่เอาก็ได้ อันนี้แนะนำคุยทางวัดก่อน มันจะมีเรื่องของโลงเย็น ซึ่งผมฉีดตั้งแต่โรงพยาบาลแล้ว เพราะคิดเอาเองว่าควรฉีด ไม่รู้เกี่ยวกับการเผาไหม ไว้มาเสริมอีกที

2 โรงพยาบาล จะให้ญาติ ทำทะเบียนบ้านมา เพื่อทำการ ออกใบรับรองแพทย์ขี้แจงสาเหตุการตาย ที่รพ.ตรงห้องเก็บศพ จะมีเจ้าหน้าที่จัดการ ส่วนนี้คือ 

2.1 บริการเคลื่อนย้ายศพไป วัด

2.2 บริการหีบศพ

2.3 พิธีกรรม

2.4 แจ้งการเสียชีวิตที่เขตให้ ตามเขตที่รพ.นั้นสังกัด หาก ทะเบียนบ้านอยู่ในเขตเดียวกัน ที่รพ.ภูมิพลก็สามารถจัดการให้เสร็จ

ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นราคาเดียวครับ ตั้งแต่ต่ำสุด 5500-15000 ตามลักษณะของหีบศพ ส่วนของผมนั้นจัดไปที่ 15000 ไม่ใช่อะไรครับ เป็นหีบศพ ไม้สัก อย่างที่ผมเล่า พ่อผมกะงานไม้เป็นของคู่กัน ตอนผมตัดสินใจให้แก น้ำตาผมเอ่อล้น เพราะ ยังไงต้องเอาอันนี้ให้ครับ ผมช่วงนี้ก็ฝืดเคือง ไม่ได้มีเงินสำรองมากมาย แต่ก็ตัดสินใจ เพราะครั้งเดียวครั้งสุดท้ายที่จะทำให้แกพออกพอใจ แกชอบแน่นอนผมเฟิร์ม

ชักยาว ไว้มาต่อดีกว่า

ภาพในหัวเกี่ยวกับพ่อ

 ภาพในหัวเกี่ยวกับพ่อ

พ่อ ปู่ หรือ ทวด ในวันนี้ ของบ้านเรา

ภาพที่ผมจำติดตา มากคือ

ภาพของพ่อทอดแหในบ่อปลาที่บ้านบ่อดินสมัยเด็ก

แถวแยกเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง เป็นบ่อเลี้ยงปลาเจ้านายพ่อ

โยนไปโครมเดียว ปลาสวายที่เลี้ยงไว้ติดมา

น่าจะ ถัง-2 ถังได้  เรียกว่าขอมากินกันหน่อย

เอียนกันไปหลายวันครับ

กว่าจะเดินไป ท่ามกลางความมืด

แต่ก็มีแสงจันทร์ สอดส่องให้เห็นทาง

ผ่านดงตะไคร้ ปลูกไว้ตามคันบ่อ

น้องชายตัวเล็กผมก็นั่งรอที่บ้านไป

เป็นภาพสมัยเด็กประมาณ ม.1

น้องชายก็ ยังไม่เข้าอนุบาล

และภาพแกขี่จักรยานกลับจากทำงาน

อ้อแอ้ อ้อแอ้ จะล่มแหล่ไม่ล้มแหล่ เพราะเมาฮ่าๆ



  พ่อเป็นผู้รับเหมาครับ ทำได้ทุกอย่าง

ตั้งแต่โรงแรมทั้งหลัง ถึงบ้านทั้งหลัง 

งานที่แกถนัดคนสมัยนี้ทำกันไม่ได้ละ คืองานไม้ละเอียด งานบันไดไม้ แกว่ามันมีของ เจ้านายพ่อ ก็ยังพาแกไปเฝ้า ให้เด็กๆทำกัน เพราะคนรุ่นใหม่ ทำไม่เป็นแล้ว

วัยเด็ก พ่อก็เลี้ยงพวกเรากันมา อย่างไม่อดอยาก

วัยเด็กที่เพชรบูรณ์ ผมขี่คอพ่อไปดูหนัง

แทบทุกเสาร์อาทิตย์ ภาพน้ำท่วมหน้าบ้าน

แล้วผมยังร้องที่จะไปโรงเรียนให้ได้

พ่อต้องให้ลูกน้องลอยคอ ผมนั่งกะมัง

ไปดูว่าโรงเรียนน้ำท่วม ไม่มีใครเขาเรียนกัน

ถึงจะจบ 

 แกก็ใช้ชีวิตอย่างหนักครับ กินเหล้าสูบบุหรี่จัด

ตามวัยแก เหล้านี่ก็เลิกได้เป็นสิบปีละ บุหรี่เพิ่งได้เลิกต้นปีนี้

เมื่อวานแกจากไปอย่างสงบครับ หมอ พยาบาล ลูกหลาน แทบไม่ต้องทำอะไร พออาผม น้องชายแกมาเยี่ยม หลังจากนั้น 2ชม. หมอก็โทรมาแจ้ง ว่าคุณพ่อจากไปอย่างสงบแล้ว

ฝันดีครับ พ่อ ปู่ ทวด ของพวกเรา

พ่อผมชื่อสนั่นนามสกุลฮวดจึงครับ


..ปล. เพื่อนๆเลิกล้อชื่อพ่อกูได้แล้วนะ ไม่เลิกเดียวให้แกมาหา ฮ่าๆๆๆ

Thursday, October 01, 2020

พ่อคนที่ยังไงก็เยี่ยมเสมอ

 ปีนี้พ่ออายุ 72 ปีแล้ว รูปนี้ถ่ายตอน ปี 2001 อช.ชะเมา จ.ระยอง (ขอบคุณเทคโนโลยีภาพที่จำไว้ให้) ก็ผ่านมา 19 ปี เด็กในรูปถ่ายคือ ลูกสาวผมเอง นั่นคือตอนพ่อผมอายุแค่ 53 ปีต่างจากผม ณ.ตอนนี้ 49 ปี แค่ 4 ปีเอง



ปีนี้ร่างกายแกไม่ค่อยดีครับ ก็อย่างว่าใช้งานมาหนัก สูบบุหรี่กินเหล้า แต่ผมจำไม่ได้ว่า ตอนนี้แกเลิกเหล้าหรือยัง แต่บุหรี่เพิ่งเลิกได้ปีนี้ครับ 2020 ปีนี้เข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น สิทธิ์ของพ่ออยู่ภูมิพล ผมว่าจะย้ายมาอยู่นี้เหมือนกัน เป็นโรงพยาบาลที่ดีทีเดียวครับ แต่คนอาจจะบ่น ว่าช้าและอืดอาด แต่ผมกลับคิดว่าการให้บริการคนที่เยอะขนาดนี้ โรงพยาบาลทำได้ขนาดนี้ผมว่าสุดยอดครับ ไว้มาเล่าเรื่องโรงพยาบาลภูมิพลในประสบการณ์ของผมบ้าง มีแต่เรื่องดีๆครับ 
มาเรื่องพ่อต่อดีกว่า สมัยเด็ก ประมาณ ป6 ได้ผมเลือกอยู่กะพ่อหลังพ่อแม่แยกทางกัน เพราะแกทะเลาะกันทุกวันคับ ก็พ่อผมนี่แหละตัวดี กินเหล้าแล้วก็อะไรเข้าสิงทะเลาะกะแม่ผมจัง เล่นว่า ตีกันถึงโรงบาลประจำ จนหมอเอือมระอา ว่าไม่เบื่อกันบ้างเหรอ ผมนะดีใจนะ ที่ได้เลิกกัน เพราะคนเป็นลูกยังไงก็ปวดใจ เมื่อพ่อกะแม่ทะเลาะกัน 
ผมเลือกอยู่กะพ่อเพราะเป็นห่วงแก เวลากินเหล้ากลัวไม่มีใครจะดูแล ก็เตาะแตะกันมาเรื่อย มีช่วง ก็เอาน้องชายมาอยู่ด้วย ชีวิตก็ลำบากนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกะอดอยาก พ่อผมแกมีฝีมือแพรวพราวครับ เรื่องงาน  เอาว่าเคยรับเหมาโรงแรม 10 ชั้น เป็นเกือบๆร้อยล้าน โดยแกไม่มีปริญญาสักใบ สมัยเด็กๆแกเป็นวิทยากรให้คณะสถาปัตลาดกระบังอยู่บ้าง บางครั้ง บวกกะเป็นเจ้ามือไฮโล ในหอพักนักศึกษา แม่ผมเป็นแม่บ้านในหอพัก ของลุงโข่ง เจ้านายพ่อตอนนั้น ลูกหลานก็เป็นนักการเมืองในย่านหัวตะเข้กันหมด ตระกูลสำเร็จวาณิชย์ ชีวิตก็สนุกสนานไปตามวัย
อะไรแกก็ดีหมด ยกเว้นเรื่องเหล้านี่แหละ ทำผมห่วงกันมาตลอด แต่ผมก็ไม่เคยดุด่าเรื่องเหล้า ขอให้แกเลิก แกก็ไม่เลิก พอผมเริ่มทำงานได้ แกก็มีแฟนใหม่บ้าง อยู่กะแค้มป์คนงาน ผมก็ไปหาตลอด ถ้าวันไหนไปต่างจังหวัดก็ฝาก พรรคพวกให้แวะไปเยี่ยม ผมกำชับ ร้านค้าในละแวกที่แกไปอยู่ หากแกมาติดอะไรก็ให้ไปเลย ยกเว้นเหล้า ผมจ่ายให้หมด ถ้าให้แกติดค่าเหล้าก็ ไปทวงกะแกเองนะ ฮ่าๆๆ เป็นที่รู้กัน

ตัดมาหลังจากผมย้ายมาอยู่เป็นหลักแหล่งที่ กม.7 รามอินทรา ก็รับแกกะแม่มาอยู่ แต่แยกกันครับ คนละบ้าน ผมเช่าบ้านอีกหลังให้แก ผมก็อยู่อีกหลังกะแม่ แกเป็นคนสนุกสนานครับ เพื่อนบ้านรักแกหมดนั่นแหละ แต่บางทีก็กวนเขา ในหมู่บ้านนี่แกไปทำให้หมดครับ บ้านไหนเรียกใช้ได้หมด แล้วแต่จะให้ แกเป็นช่างไม้ที่หาตัวจับวางยาก ช่างบันได ศาสตร์พวกนี้เราก็ไม่รู้หรอก แต่ก็ ต้องให้แกทำ หลังๆ ก็คุมอย่างเดียว เถ้าแก่แถวบ้านชอบมารับ ให้แกไปยืนดูครับ เพราะทำไม่ไหวแล้ว ก็ยังได้เงินมาเรื่อยๆ 
แค่นี้ก่อนดีกว่าเดียวจะยาว มีหลายท่อนหลายตอนเหลือเกินครับ กะคุณสนั่น พ่อของผม
พ่อข้าชื่อสนั่นนามสกุลฮวดจึง